
โมเดลธุรกิจบริการโดรนเกษตร
พื้นที่เป้าหมาย: จังหวัดชัยภูมิ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
การพัฒนาเครือข่ายธุรกิจและบริการโดรนทางการเกษตร
ภาพรวมโอกาสทางธุรกิจ
- โดรนเกษตร = เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้
- ตลาดเป้าหมายกลุ่มแปลงใหญ่: 215,000 ราย
- พืชหลัก: ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย
- ลูกค้าหลัก: เกษตรกร กลุ่มแปลงใหญ่ โรงงาน และผู้ประกอบการเกษตร
ช่องทางเข้าถึงลูกค้า
- ผู้นำชุมชน / ผู้นำกลุ่มเกษตรกร
- ร้านจำหน่ายเคมีภัณฑ์
- โรงงานแปรรูป (เช่น โรงงานน้ำตาล)
- Line กลุ่มเกษตรกร
- การบอกต่อแบบปากต่อปาก
ทรัพยากรสำคัญ
อุปกรณ์
- โดรนเกษตร
- แบตเตอรี่
- เครื่องชาร์จ
- เครื่องปั่นไฟ
- รถกระบะ
บุคลากร
- นักบินโดรน
- ผู้ช่วยผสมสาร
พันธมิตรทางธุรกิจ
- ร้านจำหน่ายปุ๋ย
- ร้านจำหน่ายสารเคมี
- สถาบันการเกษตร
- ศูนย์เรียนรู้เกษตร
บริการหลักและรายได้
รายได้หลัก
- ฉีดพ่นฮอร์โมน
- ฉีดพ่นปุ๋ยน้ำ
- ฉีดพ่นยาฆ่าหญ้า
- ฉีดพ่นยาฆ่าแมลง
รายได้เสริม
- ค่าคอมมิชชั่นขายเคมีภัณฑ์ ~3%
- ตัวแทนจำหน่ายโดรนเกษตร
ต้นทุนให้บริการ
57–60 บาท / ไร่
ต้นทุนคงที่ (35%)
- ค่าเสื่อมโดรน
- ค่าเสื่อมรถ
- ค่าประกัน
ต้นทุนผันแปร (65%)
- ค่าน้ำมัน
- ค่าแรงนักบิน
- ค่าซ่อมบำรุง
- ค่าอุปกรณ์สิ้นเปลือง
คุณค่าที่ลูกค้าได้รับ (Value Proposition)
ประเด็นเปรียบเทียบ
- ความเร็วในการทำงาน
- ต้นทุนต่อไร่
- ความเสียหายต่อพืช
- ความสม่ำเสมอ
แรงงานคน
- 1–2 ไร่ / ชั่วโมง
- 120 บาท / ไร่
- อาจเหยียบข้าวในแปลง
- ขึ้นกับทักษะแรงงาน
โดรนเกษตร
- 50–75 ไร่ / ชั่วโมง
- 80–100 บาท / ไร่
- ไม่เหยียบย่ำแปลง
- แม่นยำ ควบคุมได้สม่ำเสมอ
โอกาสรายได้
ตัวอย่างการคำนวณ
- บินวันละ 200 ไร่
- ค่าเฉลี่ย 90 บาท / ไร่
รายได้ต่อวัน
= 18,000 บาท
รายได้ต่อเดือน (20 วัน)
= 360,000 บาท
ศักยภาพตลาดในพื้นที่
- พื้นที่ปลูกข้าวจำนวนมาก
- เกษตรกรรายย่อยจำนวนมาก
- ความต้องการใช้โดรนเพิ่มขึ้นทุกปี
นวัตกรรมโดรนเกษตร สู่อนาคตเกษตรไทย



